Main Story

Editor’s Picks

Trending Story

กีฬาขี่ม้า

กีฬาขี่ม้า มนุษย์ใช้ม้าเป็นพาหนะมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ และกีฬาขี่ม้าเองก็เป็นกีฬาที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน 

กีฬาขี่ม้า เนื่องจากในอดีตทหารใช้ม้าเป็นพาหนะในการรบ และในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมได้บรรจุกีฬาขี่ม้าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 แต่หายไปสักช่วงหนึ่งก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งในปี ค.ศ. 1912 เริ่มการแข่งขันกันที่กรุงสตอกโฮล์ม และมีการแข่งขันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

การแข่งขันกีฬาขี่ม้านั้นมีทั้งการแข่งศิลปะการบังคับม้า (Dressage) การขี่ม้าข้ามภูมิประเทศ (Cross Country) และการกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Show Jumping)  กีฬาขี่ม้าเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายไม่มีการแบ่งแยกเพศของนักกีฬา ผู้หญิงและผู้ชายจะทำการแข่งขันในรายการเดียวกัน

และในประเภททีมก็ไม่มีการกำหนดโควตาว่าจะต้องมีผู้หญิงหรือผู้ชายเท่าไร นอกจากนี้ม้ายังเป็นสัตว์ประเภทเดียวที่ได้รับการนำมาแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งได้รับการให้เกียรติเสมือนเป็นนักกีฬาเลยทีเดียว โดยมีการประกาศชื่อของม้าเช่นเดียวกันกับนักกีฬาผู้ขี่ และยังมีการมอบรางวัลให้กับม้าอีกด้วย

กีฬาขี่ม้า

เล่าเรื่องประวัติความเป็นมาของ กีฬาขี่ม้า

กีฬาขี่ม้าเป็นกีฬาที่มีประวัติอันเก่าแก่ เริ่มแข่งขันกันมาตั้งแต่ 4,500 ปีก่อนคริสตกาล โดยชนเผ่าเร่ร่อนในเอเชียกลาง ซึ่งเป็นชนชาติแรกที่นำม้าป่ามาเลี้ยงและเป็นที่นิยมในหมู่ชาวอียิปต์โบราณ ชาวกรีก ชาวซีเรีย และชาวบาบีลอน เรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมทั่วโลกมาแต่โบราณ  กีฬาขี่ม้าสายพันธุ์แท้ (Thoroughbred racing) เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน

โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ กีฬาขี่ม้าเป็นกีฬาของชนชั้นสูง นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมการแข่งขันขี่ม้าจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ “กีฬาของกษัตริย์” ต่อมากีฬาขี่ม้าได้รับความนิยมไปทั่วโลก เช่น ในประเทศอังกฤษมีการแข่งขันแกรนด์เนชั่นแนล (Grand National) ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีการแข่งขัน เคนทักกี้ เดอร์บี้ (Kentucky Derby) รวมทั้งประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นเจ้าของม้าชั้นนำของโลกในขณะนี้

ในปี พ.ศ. 2519 ประเทศไทยได้เริ่มมีกีฬาขี่ม้าแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยประเทสไทยได้มีการก่อตั้งสมาคมขี่ม้าขึ้น ซึ่งมีพลเอกกฤช ปุณณกันต์และคณะ ที่กองพลทหารม้า สนามเป้า เขตพญาไท กรุงเทพ ใช้ชื่อสมาคมนักขี่ม้าสมัครเล่นแห่งประเทศไทย (Thailand Amature Equestrian Association) และในปี พ.ศ. 2520 สมาคมนักขี่ม้าสมัครเล่น แห่งประเทศไทยจึงได้เข้าเป็นสมาชิกสมาคมโอลิมปิกแห่งประเทศไทย

กีฬาขี่ม้า

ที่มา กีฬาขี่ม้า ในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย กีฬาขี่ม้าได้เริ่มแพร่หลายในปี พ.ศ. 2519 มีการก่อตั้งสมาคมขี่ม้าขึ้น โดยพลเอกกฤช ปุณณกันต์และคณะ ที่กองพลทหารม้า สนามเป้า เขตพญาไท กรุงเทพ ชื่อสมาคมนักขี่ม้าสมัครเล่นแห่งประเทศไทย (Thailand Amature Equestrian Association) ปี พ.ศ. 2520 สมาคมนักขี่ม้าสมัครเล่น ปี พ.ศ. 2529 พลเอกกฤช ปุณณกันต์ SBOBET ถึงแก่อนิจกรรม คุณนิรันดร วิจิตรานนท์ อุปนายกสมาคมฯ รักษาการณ์แทนจนถึงปี พ.ศ. 2532 และพลเอกเฟื่องเฉลย อนิรุทธเทวา เป็นนายกสมาคมฯ คนที่ 2

  • ค.ศ.1532 มีการเรียนการสอนการขี่ม้าครั้งแรกในประเทศเนปาล
  • ค.ศ. 1900 กีฬาขี่ม้า ได้รับการบรรจุเข้าในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
  • ค.ศ. 1982 กีฬาขี่ม้าได้รับการบรรจุเข้าในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 9 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

ต่อมาในปีพ.ศ. 2536 ได้เปลี่ยนชื่อสมาคมเป็นสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย (Thailand Equestrian Federation) ปี พ.ศ. 2537 สมาคมฯ ได้ส่งนักกีฬาเข้าการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น และสามารถคว้าเหรียญทองแดงมาได้ จากนั้นปีพ.ศ. 2538 นักกีฬาขี่ม้าได้เข้าแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 18 คว้า 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

พ.ศ. 2539 สมาคมขี่ม้ายังคงทำผลงานต่อเนื่อง นายกสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย พลเอกแป้ง มาลากุล ส่งนักกีฬาขี่ม้าเข้าร่วมแข่งกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จังหวัดสระบุรี ทีมไทยได้เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง อย่างละ 1 เหรียญ

กระทั่งถึงปัจจุบันในกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 ปี 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ทางเข้า SBOBET พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าประเภทศิลปะบังคับม้าประเภททีม พร้อมด้วย เฉลิมฉาน ยศวิริยะพาณิชย์, ภคินี พันธาวา และรวิสรา เวชากร

วัตถุประสงค์ของกีฬาขี่ม้า

วัตถุประสงค์ของการกีฬาขี่ม้าก็เพื่อหาผู้ชนะ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการใช้ทักษะหลายๆอย่างเข้าด้วยกันต้องมีความชำนาญ นอกจากนี้ยังต้องมีความเข้าใจในสถานการณ์ของผู้ขี่ม้า มีความเข้าใจม้า บวกกับความพร้อมทางร่างกายของตัวม้า ความพร้อมทางร่างกายของผู้ขี่ม้า ต้องมีความสัมพันธ์กัน ในการแข่งขันระยะสั้น ก็อาศัยทักษะการแข่งแบบตรงไปตรงมา แต่ในการแข่งขันระยะยาวอย่างแกรนด์ เนชั่นแนล ที่มีการแข่งขันหลายกิโลเมตร ก็ต้องอาศัยเทคนิคของนักขี่ม้า ในการควบคุมความแข็งแกร่งของม้าและวางแผนระยะเวลาเพื่อจะเอาชนะคู่แข่งให้ได้

ผู้แข่งขันและอุปกรณ์ในการแข่งขัน

อุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากที่สุดในการแข่งขันขี่ม้าคือตัวม้านั่นเอง ม้าที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันก็คือ ม้าสายพันธุ์แท้ และม้าสายพันธุ์อาระเบียน อย่างไรก็ตาม องค์กรในประเทศต่างๆ จะมีกฎที่แตกต่างกันไป ว่าจะให้ม้าแข่งภายใต้กฎแบบไหน แต่นักแข่งม้าทุกคนต้องใส่หมวกนิรภัยและใช้แส้เฆี่ยนม้า ซึ่งแส้เฆี่ยนม้านี้เป็นอุปกรณ์ซึ่งเป็นที่จับตามอง เพราะต้องใช้ในการเฆี่ยนกระตุ้นให้ม้าวิ่งเร็วยิ่งขึ้น ในบางประเทศนักขี่ม้าสามารถให้แส้เฆี่ยนม้าบ่อยแค่ไหนก็ได้ แต่ในบางประเทศอย่างประเทศอังกฤษมีการควบคุมจำนวนครั้งเพื่อป้องกันม้าบาดเจ็บ อย่างไรก็ดีกีฬานี้อาจทำร้ายจิตใจของผู้รักสัตว์บ้างเป็นบางครั้งแต่สำหรับนักกีฬาจะเข้าใจม้าของตนเองเป็นอย่างดี

กีฬาขี่ม้า

กีฬาขี่ม้าแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

กีฬาขี่ม้าคือการแข่งบนหลังม้า ซึ่งต้องมีม้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ขี่โดยนักขี่ม้าในสนามแข่งม้า โดยตัวที่เข้าเส้นชัยตัวแรกคือผู้ชนะ และถึงแม้ว่าจะมีการจัดแข่งขันขี่ม้าขึ้นอย่างหลากหลาย แต่โดยทั่วไปการแข่งขันขี่ม้าจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  1. การแข่งขันทางเรียบ (Flat Racing)

การแข่งขันแบบนี้ม้าจะวิ่งทางตรง หรือทางรูปวงรี โดยไม่มีสิ่งกีดขวางหรือรั้วกั้น

  1. การกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง (Jump Racing)

ม้าจะแข่งขันกันในลู่วิ่ง แต่ต้องกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางหรืออุปสรรค เพื่อที่จะชนะการแข่งขัน

กฎ กติกาของกีฬาขี่ม้า

องค์กรจัดการแข่งขันในชาติต่างๆ ก็ย่อมมีกฎกติกาแตกต่างกันไป ว่าการแข่งขันขี่ม้าควรดำเนินการอย่างไร อย่างไรก็ตาม โดยส่วนมาก จะมีความคล้ายคลึงกัน เพราะมีรากฐานมาจาก British Horseracing Authority’s original rulebook

  1. การแข่งขันทางเรียบ ต้องเริ่มจากประตูปล่อยตัว
  2. การแข่งม้าข้ามเครื่องกีดขวาง, การแข่งขันกระโดดข้ามรั้ว ต้องเริ่มต้นที่ประตูปล่อยตัวหรือใช้ธงปล่อยตัว
  3. ในสถานการณ์ที่ผิดปกติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน การแข่งขันม้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน ให้เริ่มปล่อยตัวโดยใช้ธงสัญลักษณ์ตามความเห็นชอบของสจ๊วต
  4. เมื่อการปล่อยตัวผิดพลาด ต้องมีการประกาศ เช่น ถ้าผู้ปล่อยตัวม้าเห็นว่า มีม้าทะยานออกมาก่อนมีการปล่อยตัว
  5. นักขี่ม้าต้องพยายามขี่ม้าอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะพยายามชนะการแข่งขัน การไล่ออกจากสนามอาจเกิดขึ้นได้หากสจ๊วตมีความคิดเห็นว่า นักขี่ม้าไม่ได้ทำตามกฏนี้
  6. นักขี่ม้าต้องขี่ม้าอย่างปลอดภัย วิ่งไปตามลู่แข่งที่กำหนดไว้ และกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางทุกอันที่กำหนดไว้
  7. นักขี่ม้าต้องวิ่งผ่านเส้นชัยบนหลังม้าเพื่อที่จะเป็นผู้ชนะ
  8. ส่วนใหญ่มักจะมีการแบ่งจำนวนเงินรางวัลให้แก่ ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ขึ้นอยู่กับการแข่งขัน

»การแข่งขันกีฬาขี่ม้า ให้เป็นผู้ชนะ«

การชนะการแข่งขัน นักขี่ม้าต้องควบคุมทิศทางการวิ่งของม้าเป็นอย่างดี มีสมาธิตั้งมั่น ม้าจะกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางหรือกำแพงแล้ววิ่งเข้าสู่เส้นชัยก่อนที่ม้าที่ร่วมการแข่งขันตัวอื่นๆจะตามมา และในบางรายการที่ม้า 2 ตัวขึ้นไปเข้าเส้นชัยพร้อมกัน และไม่สามารถตัดสินด้วยสายตากรรมการ ก็ต้องมีการนำภาพถ่ายมาแสดง สจ๊วตก็จะทำการตัดสินว่าม้าตัวใดมาก่อนเป็นตัวแรก และเมื่อทำการตัดสินแล้ว พวกเขาก็จะประกาศม้าที่เป็นผู้ชนะในการแข่งขัน

ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น | กีฬาแกลิคกีฬาขี่ม้า | กีฬาจักรยาน | วอลเลย์บอล

https://www.internationale-lipizzaner-union.com/

ดูบอลสด

 

You may have missed