ศึกษากีฬาม้า วันนี้เราจะมาศึกษากติกาการแข่งม้ากัน

ศึกษากีฬาม้า

ศึกษากีฬาม้า

ศึกษากีฬาม้า กีฬาแข่งม้าเป็นกีฬาที่ได้รับควมนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ศึกษากีฬาม้า กีฬาขี่ม้าถูกแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้คือ

  1. Dressage ศิลปการบังคับม้า
  2. Show jumping กระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง
  3. Eventing อีเว้นติ้ง
  4. Driving รถม้า
  5. Vaulting ยิมนาสติกบนหลังม้า
  6. Endurance การขี่ม้าวิบาก

ในโอลิมปิคเกมส์ กีฬาขี่ม้าถูกยอมรับและบรรจุเพียง 3 ประเภทแรกเท่านั้นสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทยจึงได้กำหนดให้มีการแข่งขันใน เฉพาะ 3 ประเภทแรก ซึ่งได้รับความนิยมกันในหมู่สมาชิกสโมสรต่าง ๆ ฉะนั้นจะขอกล่าว เฉพาะกีฬาประเภทที่มีการแข่งขันกันในเมืองไทยและโอลิมปิกเท่านั้น

ติดตามข่าวสาร ศึกษากีฬาม้า ได้เร็วกว่าได้ที่>>>กีฬาขี่ม้า

ให้คุณได้รู้ทุกความเคลื่อนไหว >>>  ประวัติแข่งม้าไทย

ศึกษากีฬาม้า

1. อีเว้นติ้ง Eventing

เป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่ตื่นเต้นเร้าใจและมีโอกาสแก้ตัวได้ในวันต่อไป เพราะกีฬาประเภทนี้ต้องทดสอบถึง 3 แบบ คือ ทดสอบด้วย ศิลปะการบังคับม้า / ข้ามภูมิประเทศ / กระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง แล้วเอาคะแนน ทั้งหมดมารวมกัน

ใครเสียคะแนนน้อยที่สุดคนนั้นเป็นผู้ชนะ ในการแข่งขันวันแรกจะเป็นการแข่งขันศิลปะการบังคับม้า ซึ่งเป็นกากรแข่งขันที่ไม่หนักมากนัก แต่ผู้ขี่ก็ต้องพยายามเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นการ เก็บคะแนนสะสม ไว้ในวันแรก  ในวันที่สองของการแข่งขันจะเป็น การแข่งขันข้ามภูมิประเทศ เป็นการแข่งขันความเร็ว และความทรหด ศึกษากีฬาม้า โดยแบ่งออกเป็น 4 phase คือ

A : Roads and Tracks
ซึ่งผู้แข่งขันจะต้องขี่ม้าไปตามเส้นทางที่กำหนดให้ในภูมิประเทศเป็น ทาง ประมาณ 3-6 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับเกรดของผู้แข่งขัน ผู้ขี่จะต้องกะความเร็วในการเดินทางให้ได้ประมาณกิโลเมตร ใน 4 นาที ซึ่งผู้ขี่สามารถใช้ฝีเท้าวิ่งเรียบหรือโขยกสั้นก็ได้ แต่จะต้องระลึกไว้เสมอว่ายังมีการแข่งขันรออยู่อีก 3

B : Steeplechase
เป็นการแข่งขันในลู่วิ่ง ซึ่งมีเครื่องกีดขวางตั้งไว้เป็น ประมาณ 6-8 เครื่อง ซึ่งสิ่งที่สำคัญของ ระยะ  นี้ คือ ผู้แข่งขันจะต้องผ่าน Phase ให้ได้ในเวลาที่กำหนด คือ 640 เมตร / นาที (เร็วมาก)

C : Roads and Tracks อีกครั้ง
ซึ่งใน Phase นี้จะมีระยะทางยาวกว่าใน ระยะ  A เพื่อเป็นการผ่อนคลายม้า หลังจากวิ่งเร็วมากใน ระยะ B ปกติระยะทางประมาณ 5-8 กิโลเมตร ในความเร็วที่กำหนดให้เท่ากับ Phase A

Phase D : ข้ามภูมิประเทศ
การขี่ม้าวิบากในภูมิประเทศมี ทางประมาณ 4-8 กิโลเมตร จะมีเครื่องกีดขวางตามธรรมชาติเป็นระยะ ตามเส้นทางที่ผู้ออกแบบสนามได้กำหนดไว้ จำนวนเครื่องกีดขวางมีประมาณ 30 หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับเกรดของการแข่งขัน ด้วยความเร็ว 520-570 เมตร/นาที

หลังจากผ่านการแข่งขันในภูมิประเทศอันทรหดในระยะทางประมาณไม่ต่ำกว่า 20-30 กิโลเมตร ในวันต่อไปจะเป็นการแข่งขันกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ซึ่งก่อนจะแข่งขันในแบบทดสอบนี้ได้ ม้าต้องได้รับการตรวจสุขภาพจากกรรมการตัดสินเสียก่อน เพื่อป้องกันการทารุณสัตว์ เพราะการแข่งขันในภูมิประเทศโอกาสที่ม้าจะได้รับบาดเจ็บมีสูงกว่า การแข่งขันกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง เมื่อรวมเอา ทั้ง 3 แบบทดสอบแล้วผู้ที่มีแต้มเสียน้อยที่สุดคือ ผู้ชนะเลิศ

ศึกษากีฬาม้า ติดตามรับชม แบบสดๆได้ตลอดเวลา คลิก>>>ดูบอลสด

ศึกษากีฬาม้า

2. กระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง Show jumping  กีฬาขี่ม้าประเภทนี้ จะมีส่วนเกี่ยวข้องหลักอยู่ 3 ส่วนด้วยกันคือ

กรรมการตัดสิน ผู้ออกแบบสนาม (เครื่องกระโดด ที่กำหนดวางไว้ ในสนามแข่งขัน จะถูกเปลี่ยนไป ทุกครั้ง ของการแข่งขัน)
นักกีฬา และม้า ที่แข่งขัน

ผู้ออกแบบ สนามแข่งขัน จะเป็นผู้เริ่มออกแบบ เครื่องกระโดด ชนิดต่าง ๆ ที่จะใช้ทดสอบ นักกีฬา และม้า ปกติจะอยู่ที่ ประมาณ 10-12 เครื่อง ( รวมทั้ง เครื่องต่อเนื่อง ) กำหนดความสูง ความกว้าง

ของแต่ละ เครื่องตามระดับ ความสามารถ ของการแข่งขันนั้น ๆ และทิศทาง ในการเคลื่อนที่ (เลี้ยวไปเลี้ยวมา ระดับความสามารถน้อยมุมเลี้ยวจะกว้าง ระดับความสามารถสูงมุมเลี้ยวจะแคบทำให้ยาก สำหรับการกระโดด) จ

ากนั้นกรรมการตัดสิน จะทำการตรวจ และรับรอง การออกแบบ เพื่อให้มั่นใจว่า ยุติธรรมและปลอดภัย สำหรับผู้แข่งขัน เมื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเปิดโอกาสให้นักกีฬาเข้าไปเดินสำรวจ ทิศทางการเคลื่อนที่  จากจุดเริ่มต้น จนถึง จุดสิ้นสุด ซึ่งได้ถูกกำหนด ทางไว้แล้ว และเมื่อพร้อม แล้วการแข่งขัน จึงจะเริ่มขึ้นได้

 

3. ศิลปะการบังคับม้า Dressage

ก่อนการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขัน จะไดรับแบบทดสอบ ที่กำหนดว่าจะต้องทำท่าอะไรบ้างในเวลาที่กำหนดให้ เรียกว่าแต้มจากท่าบังคับ จะมี เต็มข้อละ 10  สมมุติ 20 ข้อ คือ 200  ส่วนที่ 2 คือแต้ม สะสม