ทำอยู่อย่างต่อเนื่อง ในไทยยังคงมีฟาร์มสำหรับอาชาตัวใหญ่ และหลักการเลี้ยง

ทำอยู่อย่างต่อเนื่อง

ทำอยู่อย่างต่อเนื่อง หลักการในการทำฟาร์มม้า ในประเทศไทย ทำอยู่อย่างต่อเนื่อง

ทำอยู่อย่างต่อเนื่อง ‘เงิน’ คือปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงม้า เรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญที่คนต้องการเลี้ยงม้าจำต้องพิจารณาถึงเป็นลำดับแรก เนื่องจากเมื่อคุณเอามาเลี้ยงแล้ว คุณก็จำต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของม้า โดยผู้มีความประสงค์ เลี้ยงม้า จำต้องรู้เรื่อง ว่ารายจ่าย สำหรับการเลี้ยงม้า มิได้จบ เพียง ค่าตอบแทนม้าเพียงแค่นั้น เพราะว่าม้า ยังปรารถนา ของกินเม็ด , ต้นหญ้า , น้ำ , คอก , ยารักษาโรค แล้วก็ ยังควรมี เครื่องไม้เครื่องมือใน การดูแล พื้นฐานอีกด้วย

เรื่องกิน คือ เรื่องสำคัญของม้า ‘ม้า’ คือ สัตว์ที่แทะเล็มหญ้า เป็นอาหารหลัก เพราะฉะนั้น แปลงหญ้า เพียงพอต่อม้า 1 ตัว จะต้องมีขนาดเท่า กับครึ่งสนามฟุตบอล หรือประมาณ 1 ไร่ ต้องมีหญ้าพันธุ์ดี เจริญงอกงามตลอด  เนื่องจากม้า ต้องการกินหญ้า มากถึง 1.5-2% ของน้ำหนักตัว ยกตัวอย่าง เช่น ม้าน้ำหนัก 400 กิโลกรัม จะต้องการหญ้าแห้ง 6-8 กิโลกรัม/วัน หรือถ้าเป็นหญ้าสด ม้าจะต้องการ มากถึง 12-16 กิโลกรัม/วัน เลยทีเดียว

อาหารที่ม้าเลี้ยงจำเป็นต้องทาน อาหารเม็ด ก็มีความสำคัญ อย่างมากสำหรับม้า เพราะเป็นแหล่งพลังงาน และเป็นแหล่ง ของแร่ธาตุ , วิตามิน , เกลือแร่ เนื่องจากหญ้า ในประเทศไทย จะมีคุณภาพต่ำ , มีแร่ธาตุน้อย เพราะฉะนั้น อาหารเม็ด คุณภาพดี จะต้องมี การเสริมแร่ธาตุ ในปริมาณเพียงพอ ไปด้วย คณะของเจ้าหญิง

ยิ่งกว่านั้น ด้วยอากาศร้อนระอุ ของเมืองไทย ก็ทำให้ ม้าเลี้ยง ในประเทศไทย กำเนิดสิ่งที่ต้องการ เกลือแร่สูงขึ้นยิ่งกว่าม้าเลี้ยง ในต่างชาติ ถ้าหากขาดเกลือแร่ ม้าก็จะระบาย ความร้อนออกได้ไม่ดี! ม้าที่มี อุณหภูมิร่างกายสูง รวมกับขาดเกลือแร่ มักมีลักษณะหายใจ เหนื่อย ม้าที่ขาดเกลือแร่มากมายๆก็จะมีลักษณะอาการขาดน้ำ ให้มีการ เสียดท้องอย่างหนัก ได้อีกด้วย

เลี้ยงที่ไหน ม้าเป็นขนาดสัตว์ใหญ่ ที่ปรารถนาพื้นที่อันกว้าง สำหรับการวิ่งเพื่อบริหารร่างกาย ใช้กล้ามอันแข็งแรงทะยานไปบริเวณฟาร์ม โดยม้า 1 ตัว จะต้องใช้ 2 ไร่ หากมากยิ่งกว่านี้ก็ทบไป ถ้าหากม้าถูกเลี้ยงในพื้นที่จำกัด จะมีผลให้กำเนิดปัญหาความประพฤติปฏิบัติแล้วก็ปัญหาด้านสุขภาพทั้งยังกายแล้วก็จิต ม้าจะกำเนิดความตึงเครียดอย่างหนัก จนถึงบางทีอาจเปลี่ยนเป็นม้าหยาบ โดยเหตุนี้จะต้องมีพื้นที่พอเพียงทำอยู่อย่างต่อเนื่อง

กว่าจะมาเป็นม้าแข่ง นับกว่าศตวรรษแล้วที่ประเทศไทยมีกีฬาการแข่งม้า

โดยในยุครัชกาลที่ 5 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้ทรงเสด็จสัญจรยุโรปแล้วก็มองดูมองเห็นการแข่งม้าในต่างแดน ก็เลยเริ่มจัดแจงชิงชัยหนแรกในประเทศไทยที่สนามหลวง ก่อนจะตั้งเป็นราชกรีฑาชมรม ในพระบรมราชูปถัมภ์

ซึ่งในระยะแรกนั้นจะมีฝรั่งเป็นผู้ตัดสิน ก็เลยเรียกว่า “สนามฝรั่ง” ถัดมาในยุครัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ได้ทรงชุบเลี้ยงสนามแข่งม้าอีกที่เป็น ราชสนามหญ้าชมรม หรือที่เรียกว่า “สนามไทย” กีฬาขี่ม้า

ในช่วงเวลานี้การแข่งม้าในจ.กรุงเทพฯ จะจัดสลับกันไปทุกอาทิตย์ ระหว่างสนามราชสนามหญ้าสโมสรแล้วก็สนามราชกรีฑาชมรม บ่อยๆวันแล้ววันเล่าอาทิตย์ โดยบางทีอาจเลื่อนไปจัดแข่งขันในวันเสาร์ถ้าหากตรงกับวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา

ฟาร์มม้าโดยมากจะอยู่แถวปากช่อง การฝึกหัดม้าแข่งจะเริ่มตั้งแต่ม้าอายุได้ 2 ปี จะเริ่มฝึกหัดตีวงล้อมวิ่งคล้ายกับเด็กฝึกหัดเดิน จวบจนกระทั่งแกร่งและก็จะเอามาสอบแข่งขันเพื่อลงแข่งขันในสนามจังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่ราชสนามหญ้าสโมสร ดูบอลสด

ส่วนเงินรางวัล สำหรับในการแข่ง ก็ตามที จะมีการระบุ ชั้น 1 หรือม้าที่ จัดว่ามีฝีเท้าดี ก็ตกอยู่ที่ ตั้งแต่ 170,000-190,000 บาท ลดหลั่นลงไปเรื่อยเป็นลำดับชั้น (ทั้งหมดทั้งปวงมีอยู่ 9 ชั้น) จนกระทั่งชั้นเมเด้น หรือม้าใหม่ ที่พึ่งลงแข่งขัน จะมีเงินรางวัลน้อย ที่สุด

เงินรางวัล ที่ได้นั้นภายหลังจาก ถูกหักภาษี 5 % แล้ว ที่เหลือจะเป็น ของคนเลี้ยงม้า ผู้ฝึกสอน จ๊อกกี้ คนละ 10% เมื่อก่อนจะ ชำระเงินรางวัลนั้น ควรมี การตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ ม้าตัวนั้นๆว่ามี! การโด๊ปยาไหม ถ้าหากผลตรวจ พบว่ามี ก็จะไม่มีการชำระเงินรางวัล แล้วก็ห้ามม้าตัวนั้น ลงแข่งขันตาม กฎของสโมสร แล้วเลื่อนม้า ที่เข้าวันต่อมา ขึ้นรับรางวัลแทน