สิ่งเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ เป็นการเสริมสร้างรากฐานจนมาถึงในยุคปัจจุบันนี้

สิ่งเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่

สิ่งเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ ประเทศที่มีจุดเริ่มต้นจากเหล่าชนเผ่าเร่ร่อน 

สิ่งเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ การพิชิตเอเชียด้วยม้า “ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่จะจินตนาการ ถึงประวัติศาสตร์ชาติ มองดูโกเลียถ้าว่าพวกเราไม่มีม้า” นี่เป็นสิ่งที่ ประธานสโมสรสงวนเพื่อดูโกเลียกล่าวเริ่มถึงสัตว์ 4 ขาที่มีผลกระทบต่อชีวิตของชาวมองโกลเยอะที่สุด

ดูโกเลีย เป็นชนเผ่า อยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง พวกเขาเดินทางตลอดชีพ ย้ายไปทุกแห่ง จนถึงชนเผ่า คิตัน ได้สถานที่ปนาวงศ์สกุลเหลียวขึ้นในตอนต้นศตวรรษที่ 10 แล้วก็เบาๆสร้างดินแดน ให้มั่นคง เมื่อปี 1206 เจงกิสข่าน ได้จัดตั้งขึ้น อาณาจักรขึ้น แล้วก็ขยายอาณาจักร ออกไปไม่หยุดยั้ง

จนกระทั่งครองพื้นที่ โดยมากของ ทวีปเอเชีย-ยุโรป นับเป็นอาณาจักร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ โลกมนุษย์ พวกเขา ถูกโจษขาน ถึงว่าเป็น กองทัพนักสู้ บนข้างหลังม้าที่ชั่วร้าย เหี้ยมโหด และก็มีฝีมือสูงที่สุด เช่นเดียวกัน ในสมัยที่ เจงกิสข่าน ยิ่งใหญ่นั้น เริ่มจากสิ่งเล็กๆ

ไม่ว่าจะยากดี มีกระทั่งเช่นไร ทุกครอบครัว ต้องมีม้า ขั้นต่ำ 1 ตัว เนื่องจากว่าม้าจะเป็นสัตว์ที่พวกเขาใช้ประโยชน์ในงานกิจวัตร ทั้งยังการขนย้ายหรือการใช้ขี่ไปดูแล ต้อนฝูงแกะ หรือปศุสัตว์ต่างๆเด็กๆทุกคน จำเป็นต้องฝึกฝน ขี่ม้าตั้งแต่ 2-3 ขวบ พวกเขาจะมี อานม้าพิเศษ สำหรับเด็ก

รวมทั้งโน่นเป็น จุดเริ่มที่ ทำให้เกือบทุกคน มีความชำนิชำนาญ มหาศาล เมื่อเด็กๆพวกนี้เติบโตขึ้น พวกเขา จะมิได้ถูกฝึกหัด ให้ขี่ม้าเพียงอย่างเดียว แม้กระนั้นพวกเขา จะถูกสอนให้ทำสงคราม หรือยิงธนู จากบนข้างหลังม้า ของพวกเขาเอง อีกด้วย

สิ่งเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่

ตลอดศตวรรษที่ เจงกิสข่าน และชนเผ่าออกทำศึกนั้น

มีคำบอกเล่า ตามหลังจาก คนพ่ายแพ้ แก่พวกเขาเสมอว่า กองทัพเป็น”นักขี่ม้าจากเมืองนรก” โดยว่ากันว่า ในสมัยที่ การเดินทางไปรบ แสนเหนื่อยยากนั้น ชาวมองโกลกลับเดินทาง ได้มากถึง วันละ 80 ไมล์ อย่างยิ่งจริงๆ และก็ความยอดเยี่ยม นี้เอง

ที่ทำให้กองทัพ ที่เกิด จากชนเผ่าเลี้ยงสัตว์ตะลอน แถบทะเลทราย โกบีที่ขึ้นชื่อว่า ชั่วร้าย รวมทั้งล้าหลัง สามารถรบชนะ กองทัพของดินแดน ที่อารยธรรมได้ อย่างไม่ยากเย็น ตั้งแต่ เหนือถึงใต้จาก ประเทศเกาหลี จีน ประเทศทิเบต รัสเซีย ถึงประเทศอาร์เมเนีย

ไม่ใช่เก่งแค่ขี่รบ เว้นแต่ เจงกิสข่าน จะใช้ม้าเพื่อรบเเล้ว เขายังคงใช้ม้าเป็นดัง “คนส่งจดหมาย” ด้วย ด้วยเหตุว่า ขณะนั้น ขอบเขต การปกครองของ พื้นที่นั้น กว้างมากมาย ด้วยเหตุผลดังกล่าว ก็เลยมีการจัดตั้ง สถานีส่ง ใจความต่างๆโดยใช้ม้าเป็น ตัวแพร่ไปข่าวสาร ไปอย่างเร็วอีกด้วย

ถึงแม้ม้าจะเป็นสัตว์ที่ ใช้สำหรับเพื่อการปราบ ทวีปเอเชียเเล้ว ยังมีความลับอีกประเด็น พูดอีกนัยหนึ่ง ม้านั้นเกือบจะ จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกัน ในทุกกิจวัตรประจำวัน ทุกวันของชีวิต ตั้งแต่ กำเนิดจนตราบเท่า พวกเขาตาย ชาวมองโกล เลี้ยงม้าไม่เหมือนกับ ชาติในยุโรปมากมาย กีฬาขี่ม้า

ตรงนี้ ม้าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ราคาสูง ที่คนยากจน จะเอื้อมไม่ถึง ชาวมองโกล ไม่นิยมให้ ม้ารับประทานเมล็ดพืชต่างๆ, ฟาง หรืออะไรก็เเล้ว พวกเขาจะไม่ จับม้าขังคอก อย่างกับพวกยุโรป แต่ว่าพวกเขา จะปลดปล่อยให้ม้า ได้รับประทานต้นหญ้าตาม ที่ราบอันกว้างขวาง

โดยมีความเห็นว่า ธรรมชาตินั้น เป็นของกินที่ยอดเยี่ยม รวมทั้งที่สำคัญ การเลี้ยงแบบ ธรรมชาติยังมีผลให้ พวกเขาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ที่มากจนถึงเกินความจำเป็นด้วย พวกเขา มีความคิดที่ว่า ม้าไม่ใช่ สิ่งที่แสดงถึงฐานะ แม้กระนั้นเป็นสัตว์ ที่จำต้องใช้ในชีวิตประจำวัน มากยิ่งกว่า

แต่ว่าถึงแบบงั้น สิ่งที่ ทำกับม้ามันลึกซึ้ง เกินกว่า จะชี้แจงได้ มีนักเขียน รวมทั้งนักท่องเที่ยว ชาวเดนมาร์กชื่อ เฮนนิ่ง ฮาสลุนด์ เคยชี้แจงว่า ม้าของพวกเขา เช่นเดียวกับม้าป่า ที่ไม่ยินยอม ให้คนใดกันแน่บังคับ แม้กระนั้นพวกมันเลือกจะทำตามอย่างเอง ดูบอลสด