เมื่อเปรียบเทียบกับ ผลงานเมื่อฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาในเวลาเดียวกัน

เมื่อเปรียบเทียบกับ

เมื่อเปรียบเทียบกับ พวกเขาทำคะแนนได้น้อยกว่าถึง 16 คะแนน ซึ่งแน่ๆว่าเกิดเรื่องที่น่าผิดหวัง

เมื่อเปรียบเทียบกับ ในตอนต้นฤดูนี้ “หงแดง” ยังรักษาฟอร์มดีที่สุดเอาไว้ได้ ถึงแม้พวกเขาจะประสบพบปัญหานักฟุตบอลหลักได้รับบาดเจ็บคนไม่ใช่น้อย แม้กระนั้นยังคงทำผลงานได้อย่างเด่นรั้งหัวหน้าฝูงมาตลอด จนถึงไปสู่เดือนธันวาคม ฟอร์มก็เบาๆสะดุดบ้าง เมื่อเปรียบเทียบกับ แต่ว่ายังประคับประคองไปได้ อัพเดตการบาดเจ็บ

จนกว่าช่วงคริสต์มาสฯลฯผลงานของ “เดอะ เร้ดส์” ตกตลอดหมดอย่างน่าตกใจ แม้ว่าจะฟื้นชีวิตมาได้ 2 แมตช์ในเกมผลาญ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แม้กระนั้นในที่สุดฟอร์มก็กลับมาตกอับอีกรอบในเกมแพ้ ไบรท์ตัน รวมทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ในขณะนี้พวกเขาแทบหมดลุ้นแชมป์ลีกไปแล้ว แถมท็อปโฟร์ก็จำเป็นต้องลุ้นหนักเนื่องจากว่าโดน เชลซี กับ “เดอะ แฮมเมอร์ส” ไล่บี้เหลือเพียงแต้มเดียวเพียงแค่นั้น

เมื่อเปรียบเทียบกับ

  • อาการบาดเจ็บรุมเร้า

ทุกๆกลุ่มมีปัญหาผู้เล่นเจ็บ แม้กระทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็จะต้องเผชิญกับปัญหานี้แม้กระนั้นฟอร์มการเล่นของพวกเขายังคงติดลมบนถึงแม้ว่าไม่มีผู้นำกองทัพอย่าง เควิด เดอ บรอย์น กับ เซร์คิโอ อเกวโร่ แนวรุกชาวอาร์เจนไตน์ก็ตาม

สำหรับ หงส์แดง พวกเขาจำต้องเสียกองหลังตัวกลาง สำคัญอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ไปตั้งแต่ต้นฤดูกาล ภายหลังที่โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด เข้าแทงอย่างน่าเกลียดในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ซึ่งทำให้เขาบางครั้งอาจจะหมดสิทธิ์กลับมาช่วยกลุ่มในช่วงฤดูกาลนี้

การมี ปราการหลังชาวดัตช์ รอปฏิบัติภารกิจคุมเกมรับให้กับกลุ่ม ทำให้ “เดอะ เร้ดส์” เสียประตูน้อยมาก ซึ่งเขาเป็นตัวต่อสุดท้ายที่นำชมรมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ดังนั้นการที่ไม่มี ฟาน ไดค์ นับว่าเป็นเรื่องที่เสียหายอย่างมากสำหรับ หงส์

“ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” เพราะอีกไม่กี่อาทิตย์ โจ โกเมซ ได้รับบาดเจ็บหนักตอนที่ฝึกกับทีมชาติอังกฤษ นี่ก็คืออีกหนึ่งความโชคร้ายของ “ลิเวอร์พูล” เพราะเหตุว่ากลุ่มเหลือเซนเตอร์แบ็กอาชีพเพียงแค่ผู้เดียวซึ่งก็คือ โฌแอล มาติป เพราะว่าพวกเขาดันปลดปล่อย เดยัน ลอฟเรน ออกไปในตอนซัมเมอร์ที่ผ่านมา

จวบจนกระทั่งปัจจุบัน มาติป ก็เป็นอีกรายที่เจอโรคเดี้ยงทำร้ายแล้วก็หมดสิทธิ์ลงสนามให้กับกลุ่มในช่วงฤดูกาลนี้เป็นระเบียบแล้ว ยังไม่หมดเท่านั้นเพราะพวกเขายังขาด ดีโอโก้ โชต้า แนวรุกฟอร์มแรงไปอีกราย รวมถึง นาบี เกอิต้า ซึ่งผู้เล่นพวกนี้นับว่าเป็นกำลังสำคัญของกลุ่ม

ฉะนั้นการบาดเจ็บที่ ลิเวอร์พูล พบในฤดูกาลนี้จัดว่ามากยิ่งรุนแรงกระทั่งทำให้ คล็อปป์ ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาจำเป็นต้องใช้งานนักฟุตบอลเท่าที่มีอยู่ ซึ่งจะต้องเห็นด้วยว่าขุมกำลังในกลุ่มดันฟอร์มตกด้วย ก็เลยยิ่งทำให้ผลงานของ “ลิเวอร์พูล” ตกไม่เว้นอย่างที่มองเห็น กีฬาขี่ม้า

  • สภาพร่างกายไม่กระฉับกระเฉง

สไตล์การเล่นของหงส์แดงภายใต้การกุมบังเหียนของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เต็มไปด้วยความดุเดือดราวกับลมพายุ บางคนยกให้เป็นเกมบุกแนวเฮฟวี่ เมทัล เพราะเหตุว่าพวกเขามีสไตล์การเล่นที่วิ่งไม่มีหยุด ไล่กดดันคู่ปรับจนกระทั่งไม่ว่างที่กำลังจะได้ครองบอล

การเล่นฟุตแบบเกเก้นเพรสซิ่ง ที่เน้นย้ำห่วยบอลกลับมาเล่นให้เร็วที่สุด รวมทั้งเปิดเกมบุกสวนกลับแบบสายฟ้าฟาด เป็นข้อดีของ “ลิเวอร์พูล” นับจากที่ คล็อปป์ เข้ามาจับบังเหียน แล้วก็ระบบอย่างงี้ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อร่างกาย

แม้เป็นฤดูกาลธรรมดาแน่ๆว่า หงส์แดง สามารถเล่นในสไตล์แบบงี้ได้อย่างสบายๆด้วยเหตุว่า คล็อปป์ ได้ต้มกรำลูกทีมจนบัดนี้ร่างกายของพวกเขาชินกับการเล่น “เกเก้นเพรสซิ่ง” ไปแล้ว แต่ว่านี่เป็นฤดูที่ความบ้าคลั่งที่นักฟุตบอลลงเล่นถี่ยิบแบบสามครั้งต่อเกม โดยเหตุนี้ก็เลยเป็นเรื่องยากที่เหล่าพรรคพวก “เดอะ เร้ดส์” จะรู้สึกตัวสภาพร่างกายได้เร็ว

จริงๆแล้ว คล็อปป์ อาจจะใช้การโรเตชั่นเพื่อตัวสำรองได้ลงมาช่วยผู้เล่นหลัก แม้กระนั้นด้วยการที่กลุ่มมีขุมกำลังเชิงลึกค่อนข้างด้อยกว่าพวก “ท็อปซิกซ์” ประกอบกับนักเตะสำคัญโดนโรคเดี้ยงทำร้ายเข้าไปอีก งานนี้ก็เลยเกิดเรื่องยากที่จะใช้การโรเตชั่นเข้ามาช่วยกลุ่ม

ลองนึกดู โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และก็ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงเล่นหลายเกมจนกระทั่งสุดท้ายฟอร์มสะดุ แถมบางคนยังได้รับบาดเจ็บ ส่วนจะส่งผู้เล่นคนอื่นลงไปแทนอย่าง โชต้า ก็ดันมาได้รับบาดเจ็บ พอได้ เซอร์ดาน ชากีรี่ ก็พึ่งฟิตสมบูรณ์ทำให้ฟอร์มไม่คงที่

ตอนที่ ดิว็อค โอริกี้ ไม่ต้องเอ๋ยถึง ไร้ประโยชน์สิ้นดี จำต้องสารภาพว่าด้วยฤดูกาลที่คลุ้มคลั่งอย่างงี้ การมีขุมกำลังเชิงลึกที่ไม่สมบูรณ์ แถมยังมาพบกับอาการบาดเจ็บที่รุมเร้าผู้เล่นหลักพร้อม แน่ๆว่าสิ่งพวกนี้มีผลเสียอย่างมากกับ หงส์แดง ดูบอลสด

เมื่อเปรียบเทียบกับ

  • กองกลางขาดการเล่นที่รวดเร็ว

วิกฤติแผงหลังเจ็บมีผลกระทบอย่างแรงไปถึงแผงมิดฟิลด์ ด้วยเพราะโน่นทำให้ตำแหน่งกองกลางที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งสุดๆในลีกแปลงเป็นข้อเสียทันที เพราะพวกเขาจะต้องใช้ 2 นักฟุตบอลหลักไปยืนเป็นเซนเตอร์แบ็กชั่วครั้งคราว

ฟาบินโญ่ โดน คล็อปป์ จับไปเล่นเป็นปราการหลังตัวกลางนับตั้งแต่ที่ ฟาน ไดค์ ได้รับบาดเจ็บหนัก โดยเขาปฏิบัติหน้าที่นี้ได้ดียอดเยี่ยม หากแม้อาจจะมีจังหวะโฉ่งฉางไปบ้าง แม้กระนั้นสำหรับผู้เล่นแดนกึ่งกลางที่จำต้องมายืนเป็นกองหลังตัวกลาง นับว่าเยี่ยมที่สุดแล้ว

เวลาเดียวกัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็จะต้องขยับลงมาปฏิบัติภารกิจบ้างในบางเกม ในเรื่องที่ ฟาบินโญ่ เจ็บหรือ มาติป เดี้ยง แต่ว่าในพักหลังๆเขาจำต้องยืนเป็นเซนเตอร์แบ็กเป็นประจำโน่นทำให้แผงกองกลางของ หงส์แดง ขาดความสามารถไปมากมาย

ในเกมแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-4 ผู้เล่นอีกทั้ง 2 คนจำต้องไปเยี่ยมเป็นเซนเตอร์แบ็กถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำหน้าที่เจริญ แม้กระนั้นมันส่งผลให้แผงกองกลางของ “เดอะ เร้ดส์” อ่อนฮวบไม่สามารถที่จะจัดการกับดินแดนกลางที่ดุเดือดของ “เรือใบสีฟ้า” ได้เลย

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ฟาบินโญ่ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้เล่นเบอร์ 6 หรือโฮลดิ้ง กองกลางได้ดีเยี่ยม แล้วก็กับสไตล์ของหงส์แดงซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงเกมรับให้เป็นเกมรุกแบบสายฟ้าฟาด โดยหน้าที่นี้เป็นของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ซึ่งชอบเน้นการครอบครองบอลจนถึงทำให้กลุ่มขาดความเกี่ยวเนื่องสำหรับเพื่อการเล่นเกมบุก

เวลานี้เกมรุกสไตล์คล็อปป์ ยังไม่อาจจะปรับให้กับแนวทางการเล่นอย่างนี้ได้ ในขณะเดียวกัน สตาร์ดังชาวสแปนิช ก็ยังไม่อาจจะแงะฟอร์มเก่งของเขาออกมาได้เมื่อต้องลงสู่สนามด้วยระบบ 3 มิดฟิลด์