ไม่พลาดคว้าแต้ม หลังจัดแจงอัดอีกฝ่าย ในเกมลอนดอนดาร์บี้

ไม่พลาดคว้าแต้ม

ไม่พลาดคว้าแต้ม ช่วยทำให้สิงห์น้ำเงินยึดอันดับ 4 แน่นแฟ้นมีเพิ่มเป็น 61 คะแนน จี้อันดับ 3

ไม่พลาดคว้าแต้ม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นเกมลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ซึ่งเป็นนัดหมายที่ 34 ของทั้งสองทีม เชลซี อันดับ 4 เปิดบ้านรับการมาเยี่ยมของ ฟูแล่ม อันดับ 18 โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ของ “สิงห์บลูส์”

เกมนี้พักทั้งยัง ก็องเต้ รวมทั้ง จอร์จินโญ่ ไว้บู๊กับ เรอัล มาดริด ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก นัดหมายลำดับที่สองกึ่งกลางวีกหน้า ทั้งยังแมตช์นี้จำเป็นต้องรักษาชั้น 4 ไว้เพื่อคว้าโควต้าไปฝ่าชปล.ฤดูกาลหน้า จากก่อนหน้านี้

โดยแนวรุกส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์, ติโม แวร์เนอร์ แล้วก็ฮาคิม ซิเย็ค โดยถอย เมสัน เมาน์ท ลงมาปั้นเกมกึ่งกลาง ส่วน “เจ้าสัวน้อย” ของ สกอตต์ พาร์เกอร์ จำเป็นต้องหนีลุ้นตกชั้นถัดไป เกมนี้ยังคงใช้ขุมกำลังชุดเดิม เป็นแกนหลัก อเดโมล่า ลุคแมน รวมทั้งบ็อบบี้ รีด คอยปั้นเกมช่วย จอช มาจา แล้วก็อิวาน กาวาเลยโร่ ด้ามจับคู่กันล่าตาข่าย

ไม่พลาดคว้าแต้ม

ประเดิมครึ่งแรกมาได้เพียงแค่ ทักทายก่อนเลยหลัง แอนโทนี โรบินสัน ได้ซัดด้วยซ้ายสุดแรงแม้กระนั้นยังไปติดเซฟของ เอดูอาร์ เมนดี้ แล้วต่อจากนั้นอีกไม่ถึงนาทีบอลตลอดจากลูกเตะมุม โยอาคิม อันเดอร์เซ่น ได้ทดลองส่องนอกกรอบแม้กระนั้นบอลเหาะคานออกไปแบบได้ลุ้น

กระนั้น เปลี่ยนเป็น “สิงห์บลูส์” ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในตอนที่ 10 จากจังหวะที่ ติอาโก้ ซิลวา วางบอลยาวจากดินแดนตนเองมาให้ เมสัน เมาน์ท ดูดบอลลงอย่างนิ่มนวล

ก่อนที่จะแทงบอลทะลุช่องให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อัลฟงส์ อเรโอล่า เข้าไป ไม่พลาดคว้าแต้ม เป็นประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของศูนย์หน้ากลุ่มชาติเยอรมัน

ครั้ง 17 เชลซี ชวดได้ประตูลำดับที่สองนำห่าง หลัง เมสัน เมาน์ท เปิดเข้าไปให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ จับบอลก่อนจิ้มเข้าก้นตาข่าย แม้กระนั้นผู้ตัดสินเป่าเป็นล้ำหน้าของ ฮาแวร์ทซ์ ก่อนชวดได้เม็ดลำดับที่สองของตนเองอย่างโชคร้าย กีฬาขี่ม้า

ครั้ง 22 เจ้าสัวน้อยเกือบจะได้ลุ้นตีเสมอหลัง แอนโทนี โรบินสัน กระดกบอลหนุนเข้าไปในกรอบให้ อเดโมล่า ลุคแมน วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลพุ่งแรงกระทั่ง เอดูอาร์ เมนดี้ จำเป็นต้องปัดบอลพ้นออกไปก่อนที่จะ รีซ เจมส์ จะกระแทกทิ้งออกหลังไปได้ทัน

ตอนนี้เป็นช่องทางของเจ้าของบ้านอีกรอบ หลัง ติโม หลุดเข้าไปในกรอบทางขวามือ

ก่อนเฉือนมาหน้าประตูให้ ฮาคิม สิเย็ค วิ่งมาซัดด้วยซ้ายแม้กระนั้นยังไปติดมือ อัลฟงส์ อเรโอล่า ตอนทดเจ็บ นาที 45+1 เจ้าสัวน้อย เกือบจะได้ลูกตีเสมอ หลัง อเดโมล่า ลุคแมน เก็บบอลได้เกียรติกรอบแล้วไหลคืนให้ โอล่า ไอน่า วิ่งมาซัดนอกกรอบแบบไม่จับบอลพุ่งไปไถลแต่ว่า เอดูอาร์ เมนดี้ ยังสมาธิดีปัดบอลออกไปได้อย่างอัศจรรย์

จบครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ 1-0 ช่วงหลัง เริ่มมาเพียงแค่ ประมาณ 49 เจ้าของบ้าน “สิงห์บลูส์” ทะยานออกนำห่าง 2-0 อย่างเร็ว บอลแทงทะลุช่องของ แวร์เนอร์ ให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดกับล้ำหน้าเข้าไปซัดสวนตัว อเรโอล่า เข้าไป วีเออาร์ เช็กแล้วไม่ล้ำหน้าเปลี่ยนเป็นประตูลำดับที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ และก็มีลุ้นแฮตทริกอีกด้วย

ไม่พลาดคว้าแต้ม

ไปสู่ นาที 66 โธมัส ทูเคิ่ล แก้เกมด้วยการส่ง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ลงมาเล่นแทน ฮาคิม ซิเย็ค แต่ “สิงห์บลูส์” ไม่เร่งเกมบุกหรือโหมเข้าใส่เยอะแค่ไหน เปลี่ยนเป็น ที่เริ่มมีโอกาสอย่างมากขึ้น แต่จังหวะในที่สุดก็ยังไม่อาจจะเจาะเข้าไปในพื้นที่อันตรายของเจ้าถิ่น

นาที 87 ได้ตอบโต้กลับขึ้นมา อ็องเดร อ็องกิสซ่า ไหลออกซ้ายให้ แอนโทนี โรบินสัน เพิ่มขึ้นสูงก่อนลากเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่ว่าบอลเหินคานออกไปแบบหมดลุ้น ดูบอลสด

ขณะที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมอีก จบเกม เชลซี ไล่ถลุงอัด ฟูแล่ม 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญยึดอันดับ 4 ดังเดิมโดยมีเพิ่มเป็น 61 คะแนน จี๋อันดับ 3 อย่างเลสเตอร์เพียงแค่สองแต้ม

และก็ทิ้งอันดับ 5 เวสต์แฮมที่มีคิวแข่งขันวันจันทร์ไปถึง 6 คะแนน! ส่วนกองทัพ “เจ้าสัวน้อย” ต้องหนีตกชั้นถัดไปหลังรั้งที่ 18 อย่างเดิม โดยมีเพียงแค่ 27 คะแนน ตามหลัง นิวคาสเซิ่ล ซึ่งเป็นโซนไม่มีอันตรายซึ่งแข่งขันน้อยกว่าถึง 9 คะแนน รวมทั้งเหลือโปรแกรมการประลองอีก 4 เกมเพียงแค่นั้น

  • รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, คัวร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, บิลลี่ กิลมัวร์, เมสัน เมาน์ท! (แทมมี่ อบราฮัม น.76) , เบน ชิลเวลล์ (มาร์กอส อลอนโซ่ น.81) – ฮาคิม ซิเย็ค (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.66), ติโม แวร์เนอร์ – ไค ฮาแวร์ทซ์

ฟูแล่ม (4-4-2) : อัลฟงส์ อเรโอล่า – โอล่า ไอน่า, โยอาคิม อันเดอร์เซ่น, โทซิน อดาราบิโอโย่, แอนโทนี โรบินสัน – บ็อบบี้ รีด (ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ น.78), อ็องเดร ฟร้องค์ ซ็องโบ อ็องกิสซ่า, มาริโอ เลมิน่า, อเดโมล่า ลุคแมน – จอช มาจา (อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช น.81), อิวาน กาวาเลยโร่ (โจชัว โอโนมาห์ น.78)